บันทึกเรื่องราวที่ผ่านไป..ผ่านมาในชีวิตของภพชาตินี้ .... Our thoughts create our lives and impact others
วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
2 Feb: เรื่องของลุงฤทธ์
วันนี้ปลอดสามี 1 วัน หุหุ ไปตจว. เลยตื่นสายมาก 7 โมงเช้า รีบลงมาดูเด็กๆ รดน้ำต้นไม้ แปลงร่างเป็นหนูแจ๋ว เช็ดถูบ้าน รอเวลาไปบ้านเพื่อน วันนี้เขาทำบุญบ้านกัน เรารอกีและแปะมารับ ไปด้วยกัน มีคนไปก่อนหน้าพอควร พระมาถึงพอดี ท่านเสรี ดร.ปาลิต และอีก 6 รูป ทำพิธีทุกอย่างเสร็จ แล้วเราชาวโยมก็กินๆๆๆ คุยๆๆๆ กลุ่มใครก็คนนั้นเพื่อนใหม่ก็คุยกันต่อ ได้เวลาอันควรก็กลับกัน
วันนี้ดูคนค้นฅน เป็นเรื่องของลุงฤทธิ์ เห็นแล้วซาบซึ้งใจ ในความรักที่มั่นคงและเสียสละ ลุงยึดหลัก เมตตา กรุณา และขันติ ที่ดูแลยายที่ตาบอด หูไม่ค่อยได้ยินมา 30 กว่าปี ไม่ขอใครกิน แต่ขี่สองล้อเดินขายขนมไปยังที่ต่างๆด้วยความนอบน้อม เห็นแล้วอดคิดไม่ได้ถึงบางคนมี่มีกินมีใช้ปกติ ไม่ขาดแคลน มีบ้านหลายหลั ง ส่งลูกเรียนอเมริกาด้วยวิธีพิเศษจากกลยุทธ์อันแยบยล มีอาชีพที่ต้องมีศักดิ์ศรี มีเกียรติ แต่กลับใช้ชีวิตหาเงินด้วยการเบียดเบียน คดโกง ใช้กลยุทธ์ทุกอย่างที่คนชั่วทำได้ เพื่อให้ได้ทรัพย์ของผู้อื่นมาเป็นของตน น่าละอายแทนคนจน คนพิการที่ยังชีพด้วยความสุจริต มีความคิดที่สูงกว่าฐานะมากจริงๆ สมัยนี้มีความแตกต่างที่มักจะเห็น ว่าคนคดโกง มักเป็นคนที่มีพอ แต่รู้สึกไม่พอ ส่วนคนหาเช้ากินค่ำมักจะขยันทำมาหากินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน
ค่ำนี้ให้พลขับไปรับสามีเพราะค่ำแล้ว
ข้อคิดจากเหนือเมฆ 2
“…อำนาจ บารมี และความยิ่งใหญ่ ที่แท้คือความสงบ ว่างเปล่า
การรู้จักตัวเอง ดำรงตนระลึกรู้สัจธรรม
ทุกสรรพสิ่งไม่มีอะไรจริงแท้ มีเกิด มีดับ สลับกันไป
ผู้เรียนรู้และตระหนักความจริงในข้อนี้ นั่นแหละคือ......
ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริง”
31Jan-1Feb: เหล้าเก่า ขวดเก่า
วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
เร็วเหมือนติดปีกจริงๆ เผลอนิดเดียวผ่านปีใหม่ไป 1 เดือนแล้ว เมื่อวานสอนจนเหนื่อย าะรพหมดแรง เด็กก็มึน ครูหมดเสียง เสอนมลพิษทางเสียง แต่อากาศร้อนมากจ้มตำะทำ lab ภาคสนามไม่ไหว เลยยกปฎิบ้ติการไปไว้คราวหน้า หาที่ร่มๆทดสอบ เที่ยงไปตามนัดของกลุ่มชอบส้มตำ รีบทาน รีบกลับมาสอน ตกลงกันว่าจะมาเจอกันทุกเดือน เราบอกไม่ไหวถี่มากไป เอาเทอมละครั้งน่าจะพอ เลยเอาตามนี้ ตอนนี้ในมหาวิทยาลัยกำลังหาเสียง ของพวกที่อยากได้ตำแหน่งผอ.ฝ่ายทะเบียนฯ และผอ.วิทยบริการ ตอนรับใบกรอกชื่อยังแอบมีการกระซิบว่าช่วยเลือกใส่ชื่อนาย a และนาย b ได้ยินแล้วสลดใจ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้คงพัฒนาได้ช้ามาก เพราะคนในองค์กร เลือก"คน" ที่ให้ผลประโยชน์กลุ่มได้ หรือไม่ก็เป็นคนง่ายๆ อะไรก็พยักหน้า เพราะพวกนี้ไม่ต้องคิด ทำตามที่สั่งอย่างเดียว อุตส่าห์ดีใจว่าอะไรที่ปรับเปลี่ยนจะดีขึ้นในส่วนของการหาคนมีคุณภาพ รับผิดชอบใส่ใจมาทำงาน คงแป่วตามเคย จิ้งจกที่ชอบเกาะฝาย้ายไปเป็นรองฯ คราวนี้คงได้จิ้งเหลนมาอีก สรุปตระกูลจิ้ง ยังคงได้ดีเหมือนเดิม So Poor University!! so sad เช้านี้เจออจ.เก่าแก่ยืนหัวเราะบอกจนท.ด้วยเสียงดังว่า "คุณกรอกให้ผมเลย อยากกรอกใครก็กรอกไปเลย เพราะสุดท้าย อยากได้ใครเขาก็ทำได้ เลือกแบบนี้เพียงแค่ทำให้ดูดีเท่านั้น จริงๆก็.." แฮ่ จำไม่หมด เพราะบ่นยาววววว..เราได้ยินก็ขำไปด้วยเพราะทุกคนที่อยู่นานก็รู้ดี ว่าวิธีได้มาแต่ละตำแหน่งของที่นี่ มีวิธืการที่ ใต้..พิภพ จริงๆ เหนือดินไม่มี เหนือเมฆไม่ต้องพูดถึง สูงมากไป
เย็นนี้รับโทรศัพท์ 5 สาย คุยตรงหนึ่งคน เรื่องตำแหน่งรองอธิการบดีที่เข้าสภาฯ ก็สรุปกันว่า...เหมือนเดิม เราก็ว่าเหล้าเก่า ขวดเก่า ปะยี่ห้อใหม่อย่างเดียว ก็แบบนี้ล่ะ แต่บางคนบอกว่าแย่กว่าเดิม เพราะไปรู้มาว่าผอ.สำนักวิจัยคนใหม่จะเป็นใคร ที่ได้อาจเพราะแลกเปลี่ยน ปลอบใจที่คราวก่อนพลาดจากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เพราะตำแหน่งนั้นมีผลประโยชน์มากกว่า เลย.... she ต้องคุมเอง ต้องใช้ตุ๊กตาอาโนเนะไปทำ..เราเฉยๆเพราะไม่แปลกใจกับเรื่องเหล่านี้ มีแต่เศร้าใจกับนศ.ที่คุณภาพถูกละเลย เพราะแต่ละคนที่ควรหันไปใส่ใจคุณภาพวิชาการ พัฒนา ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมทั้งนศ.และอาจารย์ให้มากขึ้น การทำแท้ง ติดยา ของนศ.จะได้ลดลงบ้าง ไม่ไช่ปล่อยให้แย่แบบปัจจุบัน สงสารพ่อแม่ และสังคม
เร็วเหมือนติดปีกจริงๆ เผลอนิดเดียวผ่านปีใหม่ไป 1 เดือนแล้ว เมื่อวานสอนจนเหนื่อย าะรพหมดแรง เด็กก็มึน ครูหมดเสียง เสอนมลพิษทางเสียง แต่อากาศร้อนมากจ้มตำะทำ lab ภาคสนามไม่ไหว เลยยกปฎิบ้ติการไปไว้คราวหน้า หาที่ร่มๆทดสอบ เที่ยงไปตามนัดของกลุ่มชอบส้มตำ รีบทาน รีบกลับมาสอน ตกลงกันว่าจะมาเจอกันทุกเดือน เราบอกไม่ไหวถี่มากไป เอาเทอมละครั้งน่าจะพอ เลยเอาตามนี้ ตอนนี้ในมหาวิทยาลัยกำลังหาเสียง ของพวกที่อยากได้ตำแหน่งผอ.ฝ่ายทะเบียนฯ และผอ.วิทยบริการ ตอนรับใบกรอกชื่อยังแอบมีการกระซิบว่าช่วยเลือกใส่ชื่อนาย a และนาย b ได้ยินแล้วสลดใจ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้คงพัฒนาได้ช้ามาก เพราะคนในองค์กร เลือก"คน" ที่ให้ผลประโยชน์กลุ่มได้ หรือไม่ก็เป็นคนง่ายๆ อะไรก็พยักหน้า เพราะพวกนี้ไม่ต้องคิด ทำตามที่สั่งอย่างเดียว อุตส่าห์ดีใจว่าอะไรที่ปรับเปลี่ยนจะดีขึ้นในส่วนของการหาคนมีคุณภาพ รับผิดชอบใส่ใจมาทำงาน คงแป่วตามเคย จิ้งจกที่ชอบเกาะฝาย้ายไปเป็นรองฯ คราวนี้คงได้จิ้งเหลนมาอีก สรุปตระกูลจิ้ง ยังคงได้ดีเหมือนเดิม So Poor University!! so sad เช้านี้เจออจ.เก่าแก่ยืนหัวเราะบอกจนท.ด้วยเสียงดังว่า "คุณกรอกให้ผมเลย อยากกรอกใครก็กรอกไปเลย เพราะสุดท้าย อยากได้ใครเขาก็ทำได้ เลือกแบบนี้เพียงแค่ทำให้ดูดีเท่านั้น จริงๆก็.." แฮ่ จำไม่หมด เพราะบ่นยาววววว..เราได้ยินก็ขำไปด้วยเพราะทุกคนที่อยู่นานก็รู้ดี ว่าวิธีได้มาแต่ละตำแหน่งของที่นี่ มีวิธืการที่ ใต้..พิภพ จริงๆ เหนือดินไม่มี เหนือเมฆไม่ต้องพูดถึง สูงมากไป
เย็นนี้รับโทรศัพท์ 5 สาย คุยตรงหนึ่งคน เรื่องตำแหน่งรองอธิการบดีที่เข้าสภาฯ ก็สรุปกันว่า...เหมือนเดิม เราก็ว่าเหล้าเก่า ขวดเก่า ปะยี่ห้อใหม่อย่างเดียว ก็แบบนี้ล่ะ แต่บางคนบอกว่าแย่กว่าเดิม เพราะไปรู้มาว่าผอ.สำนักวิจัยคนใหม่จะเป็นใคร ที่ได้อาจเพราะแลกเปลี่ยน ปลอบใจที่คราวก่อนพลาดจากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เพราะตำแหน่งนั้นมีผลประโยชน์มากกว่า เลย.... she ต้องคุมเอง ต้องใช้ตุ๊กตาอาโนเนะไปทำ..เราเฉยๆเพราะไม่แปลกใจกับเรื่องเหล่านี้ มีแต่เศร้าใจกับนศ.ที่คุณภาพถูกละเลย เพราะแต่ละคนที่ควรหันไปใส่ใจคุณภาพวิชาการ พัฒนา ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมทั้งนศ.และอาจารย์ให้มากขึ้น การทำแท้ง ติดยา ของนศ.จะได้ลดลงบ้าง ไม่ไช่ปล่อยให้แย่แบบปัจจุบัน สงสารพ่อแม่ และสังคม
29 Jan: งานพระครู/ เรื่องเศร้า
วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556
วันนี้เป็นวันสบายๆอีกวัน เพื่อนโทรนัดทานส้มตำล่วงหน้า เราบอกจะจัดคิวให้ วันนี้ไปรับเค็กวันเกิด ค่ำไปวัดมีงานฉลองสัญญาบัตรพัดยศพระครู นัดกีและแปะไป เราไปก่อนเพราะออกไปรับเค็ก เจอลูกศิษย์ 4 คน แต่เราจำไม่ได้ เพราะเป็นรุ่นโบราณ
คืนนี้พระมามากพอควร โยมก็เช่นกันร้อยกว่าคน จนของแจกท่านไม่พอ กลับบ้านเกือบสามทุ่ม
อ่านข่าวนี้แล้วเศร้า
http://news.sanook.com/1166945/แม่ลูกชีวิตรันทด-มีเงินแค่-500-จากเบี้ยยังชีพคนพิการ/
ชีวิตที่แตกต่างมากในสังคม แต่ที่น่าเศร้ากว่าคือคำถามจากคนอ่านที่มีความคิดดีๆ ว่าทำไมจนท.บางคนไม่คิดจะหาทางช่วยในแง่ของการให้ความสะดวกในการบริการหรือ........คนไม่มีจริงๆเงิน 500 บาทมีค่ามาก เดินทางไป 20 กิโลเมตร ต้องหอบลูกพิการไปด้วย หากเราอยู่ไกล้จะหาวิธีช่วยเหลือแน่นอน คิดถึงคนที่ฟุ่มเฟือยไร้สาระมากมาย เฉิดฉายในสังคมกระเป๋าใบละหลักแสน เขาเหล่านั้นไม่ผิดหรอกเพราะเงินเขาหาเอง ซื้อความสุขที่พอใจและใฝ่หา เพียงแต่มันเป็นภาพสะท้อนที่กลับหัวในสังคมก็เท่านั้น.......อีกพวกที่น่ารังเกียจมากคือพวกละโมบที่คอยทำอาชีพปลิง เกาะโกง สร้างกลยุทธ์โดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ (ที่น่าจะมีศักดิ์ศรี) ในการแสวงหาประโยชน์มิชอบ สร้างกรรมใหรุ่นลูกหลานต่อไป อันนี้ไม่จน แต่ละโมภ...อนาคตลูกหลานก็ไม่เหลืออะไรในที่สุด
วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556
30 Jan:
เช้าไปวัด ไปมหาวิทยาลัย ตอนสายไปร่วมมุทิตาสักการะพระครูใหม่อีกรูป เจอบรรดาท่านพระๆมากมาย รีบทักทายกัน แล้วรีบกลับมาเตรียมสอน วันนี้ cleff โทรมาตามเรื่องให้ช่วยตรวจข้อสอบส่วนที่เป็นภาษาไทย รับปากว่าจะทำให้เสร็จพรุ่งนี้
วันนี้เป็นวันดีๆอีกวัน หุหุ
วันนี้เตรียมสไลด์สอนทั้งวัน
28 Jan:
วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556
เช้าไปมหาวิทยาลัย วันนี้ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นอัน เที่ยงไปรับ link แล้วเอามะตูมป่าไปให้นิทดลอง เจ้าน้ำสับมาทดลองกัน
ขณะกำลังเขียน ช่อง 7 ก็ขึ้นศาสนสุภาษิตนี้ "ความโลภมากเป็นอันตรายต่อความดี"
ลมแรงมาก
19 Jan: พระมหาธาตุเจดีย์เฉลิมพระเกียรติ
เมื่อคืนทำงานผิดพลาด สั่งผิดบล็กเลยหายไปทั้งหน้าคือ 15 วันกู้คืนไม่ได้ เลยต้องทำใจ
วันนี้ออกเดินทางตี 5 ไปร่วมทำบุญสร้างพระมหาธาตุเจดีย์เฉลิมพระเกียรติที่วัดนพวงศา ปัตตานี ออกเดินทางตี 5 แวะเป็นระยะ ถึงวัดด้วยความราบรื่นตอน 10.30 น บ่ายถวายสังฆทาน ถวายปัจจัย xx,xxx ตอนนี้สร้างไปประมาณ 70-80 % อีกไม่นานควรจะเสร็จหากปัจจัยมีต่อเนื่อง ตอนนี้ยังขาดปัจจัยประมาณ 10 ล้านบาทเศษ สร้างไปแล้วประมาณ 20 ล้าน เวลา 2 ปีเศษเป็นเงินจากพุทธบริษัททั้งสิ้น เพราะไม่ได้งบอุดหนุนจากหน่วยงานรัฐ ภายในกำลังตกแต่ง ได้ทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเรียบร้อยแล้วเมื่อ 7 กค.ปีที่ผ่านมา (สมเด็จพระสังฆราชทรงประทานมาให้)
ดังนั้นหากใครมีจิตศรัทธาไปร่วมกันบริจาค คนละเล็กน้อยตามที่สะดวก กระทั่งเงินบาทเดียวก็สร้างบุญใหญ่นี้ได้ เพี่อให้พระมหาธาตุเจดีย์นี้สำเร็จเสร็จด้วยพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556
15 Jan: วิบากกรรม
ต้องการรับเป็นดี หาไม่แล้ว ego โมโหโกรธาจะตามมา ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้เลือกที่จะให้แล้วไม่แผ่เมตตาไปทั่ว เพราะบางทีเขาอยู่ภพที่รับไม่ได้ ไช่ไหมเอ่ยสริตา หุหุ
วันนี้ได้เงินคืนจากน้องที่ยืมฉุกเฉิน แวะไปคุยกับเพื่อนเอาเรื่องเอกสารเรียกตัวที่เพิ่งได้รับไปให้พวกเขาดูกัน เล่าเรื่องเป็นที่สนุกสนาน บางคนเสนอหัวข้อที่น่าหวาดเสียว ไรท์เกริ่นให้คนอื่นฟังว่าดูอจ.ไม่มีอาการเดือดร้อนอะไรเลย เราตอบว่าก็ไม่ได้ทำชั่วจะไปกลัวอะไร สิ่งนั้นไม่เคยมีก็ไม่มี หากมันจะมี ก็ไม่ไช่เพราะเราทำ คนชั่วๆมันทำ เราจึงไม่ต้องเดือดร้อน คนทำชั่วมันเดือดร้อนเอง อย่างน้อยที่เห็นมันต้องเสียเวลาแต่งเรื่องก่ออกุศลกรรมส่งสะสมให้ลูกแดนไกล้ไกลตั้งเท่าใดแล้ว วันหนึ่งเมื่อกรรมจัดสรรลงตัวลูกเขาก็ได้รับสิ่งที่พ่อแม่เขาทำโดยแท้ ไม่นานหรอก คนขวางทางบุญ เราหมั่นอุทิศบุญแผ่เมตตาให้เขาเป็นสุขไปเรื่อยๆ เขาสร้างอกุศลกรรม เราก็อย่าไปทำ เขาก็ร้อนเอง แค่นี้ก็น่าสงสารเขามากแล้วที่วันๆต้องนั่งสะสมเคราะห์กรรมให้ลูกเขาเอง
คืนนี้เพื่อนรุ่นพี่โทรมาคุยยาวเราก็เลยเรื่องรสชาติชีวิตที่ได้เจอให้ฟัง พี่เขาขื่นชมที่เราอยู่อย่างปกติมากเราบอกว่า เพราะไม่คิดชั่วและทำเรื่องชั่ว เราก็เบาสบาย น่าสงสารก็แต่เขาคนสร้างเรื่องเอาไฟเผาตัวทุกวัน มันเป็นวิบากกรรม เมื่อเขาเข้าใจเขาจะพ้นทุกข์เอง
วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556
14 Jan: มารผจญอีก
ภาพนรกภูมิอยู่หลังประธาน หมายความว่า จงหันหลังให้สิ่ง ชั่วร้ายทั้งปวง
ภาพมารผจญอยู่ผนังด้านหน้าหมายความว่า จงเอาชนะอุปสรรคขวางกั้นให้ได้
ภาพมารผจญอยู่ผนังด้านหน้าหมายความว่า จงเอาชนะอุปสรรคขวางกั้นให้ได้
เช้านี้ริตาเป็นปกติดี โล่งใจเพราะเมื่อคืนก็กลัวลึกๆว่าเขาอาจจะถูกอะไรกัด เพราะเราได้ยินแต่เสียงหมาๆดังก่อนริต้าร้อง ตอนนี้เลยต้องระวังเต้มากขึ้น
ฟังข่าวกรณีการข่มขืนที่เกิดกับผู้โดยสารหญิงบนรถเมล์ในอินเดีย วันนี้อีกรายแล้วทั้งๆที่ข่าวดังข่มขืนนศ.แพทย์บนรถเมล์ไม่เกินสองสัปดาห์ก่อน โดยคนที่กระทำผิดเป็นคนขับรถและกระเป๋ารถเมล์ แล้วก็เหมือนทุกเรื่องคือตามจับผู้ร้าย ปิดหน้าผู้ร้ายทะนุถนอมกลัวเขาถูกประจาน แล้วนึกถึงตอนที่เคยไปบรรยายงานวิจัยที่อินเดียหลายปีก่อ่นที่มีงานเลี้ยงรับรองตอนเย็นจนค่ำ มีรถบัสบริการรับส่งคล้ายรถเมล์ โดยเขาประกาศเส้นทางไหนขึ้นคันไหนเราจดจำเรียบร้อย พอชึ้นรถก็มีคนลงเรื่อยๆเพราะมีทั้งคนอินเดียและพวกเราต่างชาติ โชคร้ายที่เหลือเราต่างชาติ 2 คน (มารู้ทีหลัง) พอเขาเข้าเขตเมืองเราก็เริ่มจำทางได้เพราะตอนลงจากสนามบินจำจุดเด่นบางอย่างไว้ ก็ตะโกนบอกเด็กกระเป๋ารถเมล์ว่าเราจะลงที่ไหนถึง 2 ครั้ง หลังจากนั้นอีก 2-3 ครั้งแต่ไม่เอะใจว่าเขาฟังไม่รู้เรื่องเพราะเขาพยักหน้ารับรู้ แต่สุดท้ายเขาพาออกนอกเส้นทางที่เราเริ่มงง ในที่สุดคนลงหมดเหลือ 3 คนเรา 2 คนและอีกคนเป็นใครก็ไม่รู้ และรถพาเข้าไปจอดในที่แปลกๆคล้ายๆหอพักที่เงียบมาก คนสุดท้ายลงคงพักที่นั่น เรายังไม่คิดกลัวแต่กังวลเพราะดึกมากแล้ว ในที่สุดบอกคนโดยสารนั้นว่าเราพักในเมืองพยายามพูดให้เขาช่วยบอกคนขับรถบัส และเราบอกเขาว่าเราตะโกนหลายครั้งแล้วและกระเป๋ารถพยักหน้า เขาก็หงุดหงิดว่าในเมืองไกลจากที่นี่มาก ไม่มีรถออกไปแล้ว เราก็เริ่มกลัวว่าแล้วจะนอนไหนเบอร์โทรโรงแรมมีแต่ใครจะมารับเราและ...ในที่สุดคนโดยสารเขาไปพูดกับใครคนหนึ่งคนๆนั้นออกมาพูดกับคนขับ คนขับเลยยอมไปส่งในเมืองห่างออกไปเกินครึ่งชั่วโมง เราจำได้ถึงที่พักเกือบเที่ยงคืนเพราะเขาส่งแค่ถนน ขอบๆเมืองแต่เราจำทางได้ เลยลงเดินอีกเกือบครึ่งชั่วโมง เป็นอะไรที่จดจำเข็ดไปนาน และนึกย้อนเรื่องนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นที่อินเดียนับว่าตอนนั้นเราโชคดีมากที่เขายังไม่คิดร้าย...
ดูข่าวแข่งรถไม้โบราณของชาวเขาเผ่าม้งแข่งแบบนักแข่งมืออาชีพของเผ่าม้งบนดอยอินทนนท์ที่เขาทำกันเองแล้วน่ารักมาก ดูบริสุทธิ์ดี แต่ขาดการสนับสนุนหลัก เราอยากให้หน่วยงานรัฐ เอกชน ที่มีกำลัง ซึ่งมีมากมายที่สปอนเซอร์การประกวดนางงาม นักร้อง เรื่องดังๆที่ให้ผลตอบแทนทางธุรกิจ หันมาสนับสนุนเรื่องที่ไม่ให้ผลตอบแทนตรงต่อท่านมากนัก แต่ช่วยส่งเสริมให้กำลังใจชาวบ้านชาวเขาน่ารักๆ เขาไม่ต้องการอะไรมากเท่าคนเมือง แต่เชื่อเถอะสิ่งที่ต้องการเหมือนกันทุกผู้เหล่าคือ ต้องการการสนับสนุนและกำลังใจ)
วันนี้ได้ข่าวการลาออกของ........เพื่อ.....ก็เศร้าใจ อำนาจ เงิน เกียรติ (ปลอม) ย่อมไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ย่อมต้องมีในปุถุชน แต่เราไม่ไช่เขา ทุกชีวิตมี internal willing ที่ต่างกันแต่บางครั้งเรารู้สึกเสียดายที่บางคนมีโอกาสที่ดี ในการทำสิ่งดีๆ แต่สุดท้ายแพ้อำนาจเงิน เกียรติชื่อเสียงต้องลงมาคลุก...so sad!!
เราเองวันนี้มีข่าวมารผจญจากนอกมหาลัย แต่โชคดีที่มีเกราะหลายด่านป้องกันให้ เราเห็นอานุภาพแห่งกรรมดีที่ช่วยเมื่อถึงเวลาเสมอ เราช่วยคนอื่นขณะที่เขาเดือดร้อนเสมอ วันนี้เมื่อมารสริตามาผจญ ทุกคนรับรู้ไม่ตระหนก เหตุเพราะทุกคนเชื่อมั่นสิ่งหนึ่งในเราเสมอมาคือ รักษาคำพูด ตรงไปตรงมา ไม่ทำเรื่องชั่วทุกชนิดไม่ว่ามากหรือน้อย ที่สำคัญเหนืออื่นใดที่เราสอนทุกคนเสมอมาคือให้เชื่อมั่นในความดี หากเราไม่เคยทำเรื่องชั่วไว้ไม่ต้องกลัวสิ่งใด ไม่มีใครทำให้เราชั่วได้ นอกจากผู้นั้นมันทำชั่วเอง!! วันนี้กุศลกรรมนั้นส่งผลงอกงามให้เราเห็นหลายดอกผลเลยทีเดียวอย่างไม่น่าเชื่อ ขอบคุณกุศลกรรม ความดีไม่มีวันพ่ายแพ้ และคนดีไม่ทุกข์ (แต่รำคาญ หุหุ วันนี้มีหลายคนที่รู้เรื่องรำคาญแทน ถามเราเมื่อไหร่ลุย เราบอกว่ากรรมชั่วที่เขาทำจะจัดสรรทุกอย่างให้ลูกเขาเอง เหมือนที่แม่เขาทำกับแม่คนอื่น เราไม่ต้องไปส่งกรรมให้เขาหรอก)
เย็นเอาขนมและเงินไปให้ต๋อมเอาไปจัดงานปีใหม่ให้คนไข้ทางระบบประสาทที่โรงพยาบาล
วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556
13 Jan: เด็กไม่มีหน้าที่นำพาไทยสู่อาเซียน
เช้านี้ทอดสารพัดติ๋มซำ เปาะเปี๊ยะ ถุงทอง เกี๊ยวซ่า ไข่ดาว เที่ยงก็ทำหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบชีส ทาเนยกระเทียมกับข้าวโพดอบชีส สปาเก็ตตี้ อร่อยอ้วนไปเลย หุหุ
วันนี้เขียน "ให้ไปแล้วไม่ต้องไปยึดติด"
http://meecorner2.blogspot.com/2013/01/blog-post_13.html
บ่ายไปซื้อขนมเบเกอรี่มากมายมาเก็บไว้กินกันผอม แล้วเลยไปสนามบินรับพระอาจารย์ไปงานที่วัดประยูรฯ ค่ำนี้ link ไปงานศพย่าท่านทิมอายุ 99 ปี
ค่ำนี้สงสัยว่าเต้เหง็บๆริต้า ร้องลั่นป่าเลย เราลงมาไม่ทันได้ยินเสียงคล้ายเต้เห่าแต่จับไม่ได้คาหนังคาเขา ที่แน่ๆริต้าเลือดเต็มคาง เรารีบเอาน้ำเกลือล้าง ไฮโปล้าง เช็ดตามด้วย Alc . เสร็จมองหาแผลไม่มี งงๆ เลยพยายามคุ้ยขนรอบๆปากเห็นคล้ายๆเป็นแบบเส้นแมวข่วนนิดเดียว แต่ทำไมเลือดออกมากจัง ให้กินยาแก้ปวดน้ำของหมา ตอนนี้วิ่งเล่นเป็นปกติ แถมเจอเต้ยังวิ่งเข้าหาอีกไม่เข็ด
วันนี้อ่านเรื่องที่อ.สมเกียรติ อ่อนวิมลเขียน เรื่อง เด็กไม่มีหน้าที่นำพาไทยสู่อาเซียน อ่านแล้วโดนใจจริงๆ จะเอาไปใช้ต่อ เอามาลงไว้ในนี้เต็มๆ ใครไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ลองอ่านแล้วคิดกันอย่างเป็นกลางไม่ต้องไปสนใจว่าฝ่ายใด เอาความจริงเป็นหลักเพราะเราต้องให้ความคิดที่ถูกต้องกับคนรุ่นหลัง จำเป็นจริงๆ
*************************************
เด็กไม่มีหน้าที่นำพาไทยสู่อาเซียน
คำขวัญวันเด็กปี 2556 ปีนี้คือ “รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน”
“รักษาวินัย” แปลว่า มีวินัยแล้วพึงรักษาเอาไว้อย่าให้เสื่อมถอย
“ใฝ่เรียนรู้” เป็นวลีที่หวังจะให้เด็ก ใส่ใจในการศึกษาหาความรู้
“เพิ่มพูนปัญญา”สะท้อนว่าควรเกิดความคิดอันเป็นผลพวงของการ “ใฝ่เรียนรู้” ถือเป็นเรื่องต่อเนื่องกัน
“นำพาไทยสู่อาเซียน” วลีสุดท้าย เป็นส่วนของคำขวัญที่ไม่เกี่ยวกับเด็กมากที่สุด
หรือถ้าจะบอกว่า “การรักษาวินัย...การใฝ่เรียนรู้...และ...การเพิ่มพูนปัญญา” จะเป็นการ “นำพาไทยไปสู่อาเซียน” ก็ไม่ถูกต้อง เพราะ:
- แผนการสร้างประชาคมอาเซียนนั้นไม่ได้มีเรื่องรักษาวินัย ไม่มีเรื่องการใฝ่เรียนรู้ ไม่มีเรื่องเพิ่มพูนปัญญา
- และหากจะมีการนำพาประเทศไทยไปสู่(ประชาคม)อาเซียน ตามคำขวัญ ก็ไม่ใช่หน้าที่ของเด็กซึ่งยังไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับอาเซียนกันถึงขนาดจะเป็นผู้นำประเทศไทยไปสู่อาเซียนได้
- การพูดว่านำไทยไป “สู่อาเซียน” ก็พูดผิด เพราะอาเซียนไม่ได้อยู่ข้างหน้ารอให้เราเดินทางไปหา อาเซียนคือประชาคมของ 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงซึ่งเกิดเป็นประชาคมมา 45 ปีเศษแล้ว และเราก็เข้าอยู่ในประชาคมนี้มา 45 แล้ว คำขวัญนี้ผิดในเรื่องที่จะพาประเทศหรือใครๆไป “สู่” อาเซียนที่ไหน เพราะเราอยู่ในประชาคมอาเซียนอยู่แล้ว และอยู่มานานแล้ว
เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะนำพาพลเมืองไทยให้พัฒนาเพื่อการดำรงอยู่ในประชาคมอาเซียนอย่างเข้มแข็ง มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ไม่ใช่หน้าที่ของเด็กที่จะนำพาประเทศไปหาอาเซียนที่ไหน
เฉพาะเรื่องเด็กกับอาเซียนนั้น หากรัฐบาลปัจจุบันจะใส่ใจเรื่องอาเซียนจริงจังบ้างก็จะรู้ว่ารัฐบาลนั้นยังไม่ได้ทำเรื่องการส่งเสริมการตระหนักรู้เรื่องอาเซียนในหมู่เยาวชนอย่างจริงจัง รัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรในเรื่องการเตรียมพร้อมเยาวชนไทยให้สามารถแข่งขันกับเยาวชนชาติอื่นในอาเซียนได้อย่างเป็นระบบเลย
ในเรื่องการศึกษา อาเซียนมีความตกลงร่วมกันไว้หลายเรื่องที่เป็นหัวใจสำคัญ:
- อาเซียนกำหนดให้การศึกษาอย่างมีคุณภาพกระจายทั่วถึงเด็กทุกคน ทุกความแตกต่าง แต่การศึกษาของเด็กไทยยังมิได้มาตรฐานเท่าเทียมทั่วถึงกันทั้งประเทศทุกโรงเรียน ไม่มีคำประกาศจากรัฐบาลเลยว่าจะทำเรื่องนี้เมื่อไร? หรือไม่? อย่างไร?
- อาเซียนมีความตกลงให้ทุกโรงเรียนเข้าถึงเทคโนโลยีการศึกษาโดยเฉพาะให้เด็กทุกคนทุกชั้นปีทุกโรงเรียนทุกประเทศได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเสมอเหมือนเท่าเทียมกัน ใก้เด็กได้มีคอมพิวเตอร์ใช้ประจำตัวทุกคน ได้ใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทุกคนทุกโรงเรียน เด็กที่บรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาแบบนี้ไปนานแล้ว บรูไนเริ่มใช้การสื่อสารระบบ 4G ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว สวนสาธารณะเกือบทุกแห่งในกรุงจาการ์ตาให้บริการฟรี WiFi ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเช่นกัน แต่รัฐบาลไทยปัจจุบันทำได้เพียงจัดหาคอมพิวเตอร์แบบกระดานแผ่นเล็กให้เด็กนักเรียนชั้น ป.1 บางคน บางโรงเรียน และบางจังหวัดเท่านั้นเอง เด็กไทยตามเด็กชาติอื่นไม่ทันแน่นอนอยู่แล้วในเรื่องเทคโลโนยีการศึกษา รัฐบาลไม่ได้เตรียมอะไรเลยที่จะให้เยาวชนไทยไปแข่งขันกับใครได้ในอาเซียน ไม่ต้องพูดถึงการแข่งขันในระดับในโลก
- กฎบัตรอาเซียนบัญญัติว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาทำงานในอาเซียน เด็กไทยไม่เคยได้รับการจัดการเรื่องการพัฒนาภาษาอังกฤษให้ใช้ชีวิตรอดในอาเซียนได้เลย ยกเว้นเด็กที่พ่อแม่จัดการเองได้เพราะฐานะดีมีโอกาสเรียนภาษาอังกฤษเองหรือเรียนในโรงเรียนระดับนานาชาติได้ หากรัฐบาลยังไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เพียงแต่สร้างคำขวัญให้เด็กท่องจำ เด็กที่มีโอกาสก็จะเป็นลูกคนรวย เด็กด้อยโอกาสคือเด็กส่วนใหญ่ในประเทศจะทำได้เพียงท่องจำคำขวัญได้อย่างน้อยหนึ่งเดือน ทั้งเด็กนักเรียนและครูไทยสื่อสารพูดคุยกับคนชาติอื่นเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ แล้วเด็กและครูของเราจะแข่งกับใครได้ในอาเซียน
- อาเซียนมีปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือทางการศึกษาฯ (ชะอำ-หัวหิน 2552) ซึ่งกำหนดให้มีการจัดทำหลักสูตรพื้นฐานร่วมกัน 2 วิชา คือ วิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา และ วิชาอาเซียนศึกษา จนบัดนี้ก็ยังไม่มีหลักสูตรนี้ เรืืองนี้เป็นความผิดของรัฐสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ซึ่งควรจะต้องทำงานร่วมกัน เท่านี้ก็ยังทำไม่สำเร็จ แต่มีประเทศที่ไม่คอยหลักสูตรร่วม เช่นประเทศลาว ก็ทำหลักสูตรสองวิชานี้เองไปจนเสร็จและใช้เรียนได้มานาน 3 ปีแล้ว เด็กไทยและโรงเรียนไทยเรียนเรื่องอาเซียนกันตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการที่สั่งให้ครู “บูรณาการ” การสอนแทรกเรื่องอาเซียนกันเอาเอง ซึ่งครูจำนวนหนึ่งกล่าวประชดว่าเป็นการสั่งให้ “มั่ว” กันไปพลางก่อนในการเรียนการสอนหลักสูตรอาเซียนศึกษาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษานี้ อนาคตของเด็กเรื่องการตระหนักรู้เกี่ยวอาเซียนนั้นยัง “มองไม่เห็นจุดเริ่มต้น” ไม่ต้องพูดเรื่อง”มองไม่เป็นฝั่ง” เพราะยังไม่เริ่มก้าวเดิน ถนนก็ยังไม่เห็น แล้วจะไปเห็นฝั่งที่ไหนกัน!
- ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือทางการศึกษาฯ กำหนดให้มีโครงการแลกเปลี่ยนครูและนักเรียนระหว่างโรงเรียนต่างๆในอาเซียน และให้ทำกิจกรรมข้ามชาติต่างๆมากมาย ให้มีเวทีแลกเปลี่ยนความคิดความรู้ระหว่างครูด้วยกันในอาเซียน ทั้งครูสาขาวิชาเดียวกัน และผู้บริหารโรงเรียนระดับเดียวกัน ให้เด็กนักเรียนได้เดินทางแลกเปลี่ยนกิจกรรมค่ายเยาวชน และสรรพกิจกรรมเชิงแข่งขันชิงรางวัลและทุนการศึกษาในอาเซียน แต่โรงเรียนไทยไม่กี่โรงเรียนที่มีขีดความสามารถทำได้ มีโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 30,000 โรง แต่กระทรวงศึกษาธิการมีโครงการพัฒนาโรงเรียนให้มีศูนย์อาเซียนในโรงเรียนได้เพียงประมาณ 50 โรง ยังเหลืออีกกว่าสามหมื่นโรงเรียนที่เด็กไทยไม่มีอนาคตในอาเซียนเลย
- ผู้นำและนักการเมืองของเราก็ด้อยคุณภาพทั้งด้านการศึกษาสาขาวิชารัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และ ปรัชญา ส่วนภาษาอังกฤษของผู้นำทางการเมืองของเราโดยรวมก็ไม่มีคุณภาพที่จะสื่อสารกับใครได้ในอาเซียน เมื่อนักการเมืองเป็นผู้กำหนดคำขวัญวันเด็ก แล้วเน้นให้เด็กนำประเทศไปสู่อาเซียน...อาเซียนที่นักการเมืองเองก็ยังไม่รู้จักดีพอ แถมมิได้ทำอะไรเป็นรูปธรรมในการสร้างความตระหนักรู้และความตื่นตัวเรื่องอาเซียนทั้งในตัวนักการเมืองเอง และในหมู่เด็กและเยาวชน
คำขวัญวันเด็กปีนี้เป็นคำขวัญที่ไร้สาระและไร้พลังใดๆที่จะเชื่อมโยงให้เกิดการตระหนักรู้เพื่อร่วมสร้างประชาคมอาเซียนแต่อย่างใดเลย
สมเกียรติ อ่อนวิมล
วันเด็กแห่งชาติ
12 มกราคม 2556
วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2556
12 Jan: ของขวัญที่น่ายินดี..แน่หรือ
จากข่าวของขวัญวันเด็ก ข้างล่างนี้
"....เรียกได้ว่าเป็นของขวัญวันเด็กที่ถูกใจเหล่านักเรียนหลายคนเลยทีเดียว สำหรับการที่กระทรวงศึกษาธิการออกมาประกาศยกเลิกกฎการตัดผมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่นักเรียนชายต้องตัดผมเกรียน ส่วนนักเรียนหญิงต้องผมสั้นเท่าติ่งหูเท่านั้น งานนี้ก็มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็น ทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับกระทรวงศึกษาธิการอย่างมากมาย..."
อ่านต่อที่ http://education.kapook.com/view54328.html
สำหรับเราแล้วบอกตรงๆรู้สึก..เฮ้อ!! คำขวัญวันเด็กก็ไม่ควรมีคำว่า "มีวินัย"อีกต่อไป ในเมื่อเรื่องเล็กๆ ที่ฝึกกันได้ ที่่เขาทำกันได้มาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ปู่ย่า กลายเป็นเรื่องละเมิดสิทธิในความคิดเด็กหรือผู้ใหญ่บางคนในปัจจุบัน ลองเข้าไปอ่านความคิดเด็กแต่ละความคิดข้างต้น.....และเรา ก็อยากถามเขาย้อนไปเหมือนกันว่าแล้วไว้ผมยาวมันจะทำให้เรียนเก่งหรือไง แต่หากย้อนกันไปมาก็ไม่รู้จบ แต่ที่แน่ๆหากจะฝึกให้เด็กโตขึ้นอย่างมีวินัย ต้องสอนให้เขารู้จักเหตุผล ความเหมาะสม ความมีระเบียบ และไว้ใจเชื่อมั่นในประสบการณ์และความปรารถนาดีของผู้ใหญ่ ไม่มีใครทำอะไรหวังร้ายต่อเด็ก ลูกหลาน ของตัวเอง แต่ครั้งนี้หากจะเกิดผลตามมาในอนาคตระยะยาวข้างหน้า คงเป็นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของ "ผู้ใหญ่ใจดี" เพราะไม่ไช่เด็กทุกคนที่จะมีผู้ปกครองเอาใจใส่สั่งสอนได้เท่ากัน รู้ผิดถูก ควรไม่ควร ได้เหมือนกัน ...ถึงเวลานั้นก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว นอกจากเศร้าใจ กับการพัฒนาในแนวดิ่งลง นี่คงเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงชิ้นแรกของรมต.ศึกษาคนปัจจุบันเลย คุณภาพการศึกษาคงดีวันดีคืน คงโดดเด่นเกินเด็กชาติใดในอาเซียนแน่ หุ หุ
อันนี้ใครจะคิดต่างก็ไม่ว่ากัน ลูกใครก็ลูกคนนั้น แต่อย่าลืมว่าเราอยู่ในสังคมไทยเดียวกัน ไม่มีผลกระทบใด ที่ไม่กระเทือน ก็คอยดูไม่นานเกินรอ
วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2556
11 Jan: เจริญ
ตั้งใจเช้านี้จะตรวจข้อสอบและเขียนคำบรรยายวิชาที่ขาด แต่มีอจ.มาคุยด้วยเลยไม่ได้ทำงานที่ตั้งใจ แต่ไม่เป็นไร ได้ให้ความรู้ความคิดที่จะทำให้ชีวิตเขาจัดสรรเวลาด้วยความไม่ประมาท
มีน้องอจ.ถามเราว่า "อจ.คิดหรือรู้สึกยังไงคะ กับการที่เราให้ของใครแล้วเขาคนนั้นเอาของนั้นให้คนอื่นต่อ" อันนี้เรามีคำตอบที่ไม่ยาวแต่จะมาเขียนต่อพรุ่งนี้ พร้อมกับเรื่องที่คุยอื่นๆ
http://meecorner2.blogspot.com/2013/01/blog-post_13.html
เย็นไปรับ link ที่กลับมาพร้อม pa แต่ pa ไปธุระงานบวชต่อเลยมีจ้อดมารับ เราแวะพลาซ่าซื้อสารพัดขนม 3 ร้าน แล้วไปสนามบิน สังน้ำผลไม้เจ้าประจำแล้วนั่งตรวจงานเด็กระหว่างรอ นกแอร์สายเสมอ
link เอาปฎิทินตั้งโต๊ะที่ท่านเจ้าคุณเทียบให้มาเป็นรูปที่ท่านนำปธน.โอบามาและนางฮิลลารี ครั้งเยือนวัดโพธิ์ทั้งเล่ม 12 รูป ดูแล้วสุขใจเพราะทุกรูป ทุกคนยิ้มอย่างมีความสุข สดใส มีอิสระทางใจจริงๆ ชอบมาก ปธน.โอบามานอบน้อมมากกุมมือขณะคุยถาม นี่เป็นความนอบน้อมของผู้ที่เป็นใหญ่จริง ไม่ไช่พวกที่ชอบวางก้ามทำตัวใหญ่ทั้งๆที่ต้องมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของปชช.กลับเป็นพวกที่ปชช. แทบจะไม่หวังพึ่งเมื่อภัยมา แถมยังหาเรื่องปชช.เสียอีก ตอนนี้เพื่อนเรากำลังโดนรบกวนอยู่เลยเอามาใส่ไว้ในนี้ด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






