บันทึกเรื่องราวที่ผ่านไป..ผ่านมาในชีวิตของภพชาตินี้ .... Our thoughts create our lives and impact others
วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556
12 Oct: เยี่ยมหลวงพ่อ
เช้าไปแวะซื้ออาหารเจเก็บกักตุนไว้เผื่อหมดเจ เลือกเฉพาะสูตรที่ทำเองไม่ได้ พวกผัดผักใบเขียวไม่ซื้อผัดเองได้ อร่อยด้วย หุหุ ไปวัด
บ่ายไปเยี่ยมหลวงพ่อ เราเอาสูตรอาหารรักษา/ป้องกันต่อมลูกหมากอักเสบไปให้หลวงพ่อทดลองฉัน พระอาจารย์เอาน้ำอย่างดีไปให้ลพ.ลองฉันด้วย
เข้าป่าไปเยี่ยมลพ.ในป่า ฝนตกหนัก ไปครั้งนี้เจอโยมคนแก่ๆ 5 คนเข้าไปขอสมาทานศีล 8 จากหลวงพ่อ โยมนี่ก็เมตตาดี เห็นเรากับ link เขาไม่รู้จักเรานั่งรอลพ.สักครู่ป้าก็หันมายิ้มและถามว่ากินข้าวมาหรือยัง ไปกินที่ห้องครัวได้นะมีกับข้าวเยอะ เรายิ้มตอบว่าทานมาแล้ว และทานเจ ..ว่าแล้วเราก็นึกย้อนไปบางวัดที่มีโยมแต่งตัวดีๆ บางแห่งมีฐานะทางสังคมดี แต่ไม่เคยมีการเชื้อเชิญ ยิ้มแย้มกับแขกแปลกหน้าที่มาเยือน แต่เราจะพบเห็นการทักทาย เรียกทานข้าวจากชาวบ้านๆ ยิ่งที่คนเมืองเรียกว่าบ้านนอกเท่าใด ก็จะพบเห็นน้ำใจมิตรภาพที่ดีเท่านั้น ...นี่ก็เป็นสาเหตุที่เราชอบสังคมในป่า มากกว่าในเมือง และหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมหน้ากากอย่างเต็มความสามารถ ไม่มีอะไรที่เราจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ถ้าเราตั้งใจจะหลีก แต่งานวัดในป่า นอกเมืองมากๆ เราไปร่วมวงเสมอเพราะอิ่มใจ......
นั่งสนทนากับลพ.เกือบชั่วโมงก็ลากลับเพราะให้ท่านพัก เรารู้สึกว่าครั้งนี้ท่านผอมลงไป แต่ยังไม่ทัก วันนี้ช่วงเย็นมีนกนางแอ่นจากภูเขาหรือถ้ำแถวนั้นเข้ามาบินในอาคารตอนที่คุยกัน ตอนแรกนึกว่าค้างคาว พอมันบินเข้ามามากขึ้นส่งเสียงแกรกๆ ลพ.บอกว่านกนางแอ่นมาบินเล่น เราบอกสมัยก่อนที่มาไม่เจอ ท่านบอกว่าเขาจะมาเวียนบินวันพระ หรือวันจะทำบุญใหญ่เช่นกฐิน เป็นต้น
ก่อนกลับเรากระซิบบอกข่าวดีให้ลพ.ทราบ ท่านบอกว่าดีๆ คนที่คิดร้ายเขาจะแพ้ภัยเองเสมอ ไม่ต้องไปกังวล สบายๆแบบที่เป็น ท่านบอกอีกครั้งว่าไม่ว่าเขาทำอะไรก็แพ้พ่าย ทำอะไรไม่ได้ ขอให้เราดีๆ แล้วท่านก็หัวเราะดังเลย ฝนหยุดตกแล้ว กลับตลอดเส้นทาง วางแผนการทำบุญในรูปแบบต่างๆต่อ ได้ความคิดดีๆเกิดขึ้นหลายอย่าง
วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556
11 Oct: ไปจ่ายตลาด
เช้าตั้งใจตักบาตรแต่ไม่เจอพระและลูกเณร ไปจ่ายตลาด..ซื้ออาหารเจ ขนม นานๆไปที (เกือบปีไม่ได้ไป) เลยเดินอุดหนุนซะทั่ว ได้ของมากมาย ยังกะเตรียมหนีน้ำ หุหุ บางคนทักว่าไม่เห็นนานมาก...ไปวัด ตั้งใจจะไปคุยกับท่านกอบ ปรากฎว่าท่านไปเรียน กำลังจะกลับบ้านเจอผอ.และรองฯจาก...มาคุยกับพระอาจารย์เรื่องการเตรียมจัดงานกฐินของวัด และชวนให้เราทั้งสองอยู่คุยด้วย ก็เลยนั่งคุยต่อ โชคดีที่นั่งคุยทำให้ได้ช่วยให้บางเรื่องที่ยังไม่ชัดเจนให้ชัดเจน พวกเขาก็จะมีการประชุมกันในกลุ่มตอนบ่ายวันนี้ ...
วันนี้เตรียมทำ 5 ส ในบ้าน หุหุ เป็นหนูแจ๋วครึ่งวันหมดแรง บ่ายค้นเนื้อหาเขียนหนังสือของวัด
วันนี้มีข่าวหมอประเสริฐ ที่เขาเรียกหมอเทวดารักษาสารพัดมะเร็ง เสียชีวิตด้วยวัย 93 ปี เมื่อวานคุยกับจนท.ห้องสมุดที่เอาหลานวัย 3 ขวบมาเลี้ยงเพราะแม่เด็กคือลูกสาว ตายปีที่แล้วด้วยวัย 27 ปี เป็นมะเร็งที่ทรวงอก รู้ว่าเป็นได้ 4 เดือนก็ตาย...ชีวิตก็แค่นี้ ใครลิขิตได้
วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556
10 Oct :ต่างมอง ต่างมุุม...ใบไม้ 1 ใบ
" ต่างมอง ต่างมุุม...ใบไม้ 1 ใบ"
http://meecorner2.blogspot.com/2013/10/1.html
ไม่อยากให้หลายๅคนติดบาป ที่ไปวิจารณ์อะไรมากมาย กรรมเป็นของแต่ละผู้นามอยู่แล้ว อะไรที่เขาร่วมกันทำมา และจะทำต่อไปก็เป็นกรรมของเขา อย่าเอามาเป็นกรรมของเรา และอย่าถึงกับจิตตกจนมองพระสงฆ์ที่มีอยู่อย่างหวาดระแวงไปหมด วิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เสื่อมศรัทธาในศาสนา ทั้งที่เป็นเรื่องของคน 2 คน (มิตซูโอะ ชิบาฮาชิ กับ นางสุทธิรัตน์ มุตตามระ) เท่านั้นเอง
พระภิกษุสงฆ์ที่ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบ สืบทอดพระพุทธศาสนามีอีกมากมาย เราในฐานะพุทธมามกะ ก็ขอให้มีจิตที่แน่วแน่ในการศึกษา ปฎิบัติตามคำสั่งสอน และช่วยกันทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา รวมทั้งสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าให้ท่านได้สืบทอดพระพุทธศาสนาไปยาวนาน อย่าไปเสียดายกับใบไม้ที่ร่วงหล่นเพียง 1 ใบอยู่เลย
วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556
9 Oct: ส่งเกรด
เช้าไปวัด ไปมหาวิทยาลัยจะรีบตรวจแล้วตัดเกรด 3 วิชา ปรากฎว่าสุเชฐมาคุยเรื่องงาน จากนั้นดร.กรณ์เข้ามาแจมเรื่องเลยยาวววววจนบ่ายสอง รีบตรวจที่ค้าง ตัดเกรดเสร็จตอนบ่ายสี่โมง เด็กติด E 8 คน วิชาเคมีสวล. พิษวิทยาผ่านหมด มลพิษได้ D ทุกคน จริงๆตกทุกคน แต่เห็นว่า E มาแล้ว และคราวนี้ได้ 47-49 เลยปล่อย นึกถึงซือฝูที่บอกว่าเมตตาๆๆๆ แต่ที่ติด E เคมีนั้นช่วยไม่ได้จริงๆเพราะช่วยให้ติด I 6 คนแล้ว ไม่งั้น E เป็นสิบ......

เสร็จไปหนึ่งงาน อีก 3 งานด่วนจ่อคิว งานแรกของเราเอง อีก 2 งานของพระอาจารย์ ยังไงต้องตะลุยงานของวัดก่อน ของเราพับเก็บไว้ก่อนก็แล้วกัน
วันนี้คุยกับจนท.วิทย์คนใหม่ ก็ไม่น่าห่วงมากนักเพราะดูเป็นผู้ใหญ่ไม่ไช่วัยรุ่นวุ่นวาย คงแก้ปัญหาต่างๆได้
วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556
7-8 Oct: ย้ายโต๊ะ
เมื่อวานไม่ได้เข้ามาบันทึก มีหลายงานเข้ามา เสร็จเลยพักผ่อนเลย (นอน หุหุ) ไปตรวจสุขภาพประจำปีชุดใหญ่ ฟังผลตอนเย็น ผลที่ได้ดีครบชุดเป็นปกติทุกค่า มีค่าเดียวที่เราต่ำกว่าปกติตั้งแต่วัยรุ่น ตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น อันนี้ทำให้บริจาคเลือดให้ใครไม่ได้ เพราะทดสอบแล้ว เม็ดเลือดลอยตุ๊บป่องๆ หุหุ หมอก็ขอให้กินธาตุเหล็กแทน เพราะเราไม่กินตับ
วันนี้พนง.วิทย์ มาทำงานวันแรก สุเชฐให้นั่งที่ห้องรวมก่อน เราตั้งใจจะให้นั่งที่ห้องที่โบเคยนั่งจะได้ไม่อึดอัด ไม่เป็นไรไว้ค่อยขยับขยาย
บ่ายเริ่มเฉลย ตรวจข้อสอบ รู้สึกโต๊ะทำงานจะเล็กไป มีหลายงานค้าง ในที่สุดตัดสินใจฉับพลัน ย้ายโต๊ะ!! เอาโต๊ะใหญ่มาทำงานเขียน โต๊ะกลมเล็กเอาไปใช้นั่งทำงานเล็กๆแทน ใช้เวลาย้ายเกือบ 3 ชั่วโมง เพราะต้องทำการทิ้งๆๆๆกระดาษที่สะสม ...จากนี้ไปมีงานร้อนๆที่ต้องใช้สมองทำมากเลย..อยากเป็นทศก้ณฑ์อีกแล้วจะได้มี 20 มือ หุหุ
วันนี้ซื้ออาหารเจมากักตุนไว้เยอะเลย กลัวอด
อ่านเรื่องนี้แล้วโดนใจ ถูกใจ จะเอาไปสอนสำนึกให้เด็กไทยด้วย
"ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ เขียนบทความตอบ ดร.โสภณ กรณีเขื่อนแม่วงก์"
http://hilight.kapook.com/view/92054
วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2556
6 Sep: ลิงเกาหลัง
เช้านี้ได้ตื่นสาย วันนี้คณะสงฆ์หนใต้ ทั้ง 3 ภาค ไปร่วมเป็นเจ้าภาพสวดบำเพ็ญกุศลถวายสมเด็จเกี่ยว
ฝนตกทั้งวัน อากาศเย็นสบาย อ่านตรวจงานวิจัยนศ. เจอที่ละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา เฮ้อ!! เป็นเรื่องน่ากลัวมากของนักวิจัยเราตั้งแต่ระดับอาจารย์ที่เราเคยตรวจก็เจอ ไม่เคยตรวจแต่ผ่านตาก็เห็น แปลลอกจากตปท.ทั้งดุ้น มาขอทุนแล้วก็ผ่านจากกรรมการระดับคณะเสียด้วย รู้สึกสุดท้ายได้ทุนสกอ.ไป เพราะปกติไม่ค่อยมีใครอ่านอยู่แล้ว เหลืออย่างเดียวจะมีใครบอกทางตปท.ก็ถูกฟ้องแน่นอนเพราะ เขาปรับแต่ตัวเลขเท่านั้น วิธีทุกอย่างลอกมาหมด น่าเศร้ามาก วงการวิจัยที่มีอาจารย์มีพฤติการณ์เช่นนี้ ซึ่งถ้าตรวจติดตาด้วยโปรแกรมลิขสิทธิ์ก็คงจับได้มาก ถ้ากล้าทำจริงจัง ไม่เป็นลิงผลัดกันเกาหลัง ก็จะดี....ตอนที่เป็นนศ.ถ้าอจ.ละเลย ไม่รอบรู้ ไม่รับผิดชอบ ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านง่ายๆ การละเมิด การขาดจริยธรรมฯ เด็กก็จะไปเป็นคนที่ไม่รับผิดชอบลอกผลงานเหมือนที่เป็นกันมากมาย จนมาเป็นครู อาจารย์ก็ยังขาดลำนึกดี
วันนี้เลยไม่ได้ตรวจข้อสอบ
วันนี้ก้าน แก้วสุพรรณ หรือ นายมงคล หอมระรื่น นักร้องและครูเพลงชื่อดัง วัย 74 ปี เสียชีวิตแล้ว หลายเพลงเราชอบ ขอท่านสู่สุคติ
วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556
4-5 Sep: วันสารทไทย
คุณมนตรีนำทำวัดสวดมนต์จน 10 โมงเช้า พระอาจารย์แสดงธรรม นำพระสงฆ์สวดมนต์ กรวดน้ำ ถวายภัตตาหาร และมีการให้ญาติโยมออกไปจัดการวางของอุทิศบุญให้ตายาย บรรพบุรุษ ที่บริเวณที่เตรียมไว้ แล้วกลับเข้ามาด้านในศาลาอีกครั้ง...มีคนนำพุ่มผ่าป่ามาถวาย พระอาจารย์บอกประกาศว่าจะนำไปจะร่วมสร้างกำแพงวัด ก็ได้อนุโมทนาร่วมกัน
เสร็จทานข้าว ไปมหาวิทยาลัยดูว่าประชุมเสร็จหรือยังไปถึงเจอจนท.เขาบอกว่าอจ.มาเซนต์ชื่อเฉยๆก็ได้เพราะไกล้เลิกแล้ว รับเอกสาร 1 เล่ม ขนม 1 กล่อง (อันนี้คืน ไม่รับ) เราก็เลยยืนคุยกับอจ. 3 คนที่กลับเข้ามา แล้วไปรับข้อสอบ เจอหลายคนที่ไม่ได้เข้าประชุม
กลับบ้านฝนตก นอนตั้งแต่ทุ่มเศษ หุหุ เลยไม่ได้บันทึก ทาน paracetamol ตั้งแต่เที่ยง เพราะเมาคน เลยเหนื่อย aura crash...
เตรียมรับศีล ฟังธรรม
ปิ่นโตเพียบ
จัดของ /ตักบาตร เตรียมอุทิศบุญให้บรรพบุรุษ
ร้านเปตชน
ท่านอานนท์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสรับพุ่มผ้าป่า
นั่งสงบนิ่งอุทิศกุศล
ที่กรวดน้ำจัดวางอย่างเป็นระเบียบ
อิ่มบุญกันทั่วหน้า ปู่ย่า ตา ยาย บรรพบุรุษ เจ้ากรรมนายเวร เปตชน ทั้งหลาย รับผลบุญที่ลูกหลาน ญาติมิตรอุทิศให้ จบงาน ท้องฟ้าสว่าง
วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556
3 Oct: ไม่รู้สา
เช้าไปวัด แวะซื้ออาหารเจ วันนี้ link เริ่มกินเจแล้ว เราก็เป็นแม่พลอย ซื้อไปถวายเพลพระอาจารย์ด้วย
วันนี้พระอาจารย๋และพระลูกวัดทั้งหลาย ร่วมด้วยช่วยกันจัดสถานที่ไว้ต้อนรับโยมที่จะมาทำบุญพรุ่งนี้ การรับ-ส่งตายายเป็นประเพณีไทยที่ลูกหลานจะทำบุญอุทิศให้บุพการี ด้วยความกตัญญู
..มีเรื่องงงๆก็มหาวิทยาลัยเรานี่ล่ะ คณะวิทย์มีคำสั่งให้ปริญญาเอกทุกคน และผู้ที่ขอทุนทำผลงานวิชาการ เข้าประชุมฟังการบรรยายของศาสตราจารย์ ดร. ชุติมา สัจจานันท์ และรศ.ดร. ศักดิ์ชัย..คนหลังนี้เป็นกรรมการสภาฯของที่นี่นั่นเอง ตั้งแต่เช่า 08.30-15.00น. และหากใครไม่เข้าประชุมก็ให้ทำบันทึกเหตุผลถึงมหาวิทยาลัยด้วย (อันนี้สงสัยว่าเรียนใคร อธิการบดี??) เราก็กำลังสงสัยว่าเราคงต้องทำบันทึก "เรียนมหาวิทยาลัย(อธิการบดี??)" แจ้งให้ทราบว่าไม่เข้าประชุมเพราะต้องไปทำบุญอุทิศให้บรรพบุรุษ บุพการี มหาวิทยาลัยแห่งนี้อาจจำไม่ได้ว่าวันที่ 4 เป็นวันประเพณีของไทย ส่วนคนที่จัดให้มีประชุมอาจไม่ต้องมีภาระทำบุญให้ใคร เลยลืมสนใจเรื่องนี้ไป...น่าเห็นใจจริงๆ แต่รู้สึกขัดแย้งว่าจะไม่รู้ว่าเป็นวันส่งตายายก็ไม่ไช่ เพราะมีป้ายอีกอันเพิ่งมาติด เรื่องให้ความสะดวกไม่ต้องสแกนนิ้ว เอ!หรือว่าคนเซนต์ คนชงเรื่อง "ไม่รู้สา" จริงๆ
วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556
2 Oct: แก้ให้ตรงจุด
เช้าตักบาตร กลับบ้าน คุยกับดร.ติ่งจนบ่าย ไม่นานหนูโบโทรมาคุยต่ออีกเรื่องงานวิชาการ ก็รับปากว่าจะรับงานมา ไม่เป็นไรช่วยสถาบันไหนๆก็เหมือนกัน เพราะคนไทย เด็กไทย ชาติไทย
อ่านนสพ.ที่ค้างไม่ได้อ่านมาสามวัน เจอเรื่องเด็กไทยที่รมต.ห่วงว่าจบประถม 6 แล้วยังอ่านหนังสือไม่ออก แล้วพยายามจะหาทางแก้ปัญหาโดยเสนอสามแนวทาง เราอ่านแล้วได้แต่ร้องเฮ้อ!! เพราะรมต.ไม่รู้ปัญหาแท้จริงก็คาดเดาจากการรายงานเท็จๆ ที่สำคัญการแก้โดยให้เด็กเรียนเพิ่มเติมยิ่งไม่ไช่วิธีที่ตรงจุด ทำไมสมัยก่อนจบป.6 อ่านออกเขียนได้ ทำงานได้ คิดเลขเป็น ตอนนี้จบมัธยมปลาย บวกลบเลข ก็หักนิ้วมือ นิ้วเท้ากันให้วุ้น แม่ค้าก็คำนวณบวกลบคูณหารในใจไม่เป็น ท่องสูตรคูณไม่ได้ .........คนสมัยก่อนเขาไม่ได้มีสอนหรือเรียนพิเศษกันให้เปลืองเงินพ่อแม่กันมากมายเหมือนสมัยนี้ บางคนในแต่ละวันเรียนตั้งสามโรงเรียน รร.พิเศษสองแห่งตอนเย็น 4 โมงกว่าถึง 3 ทุ่ม เกือบเรียนเท่ากับรอบกลางวัน สงสารพ่อแม่หาเงินตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อต.. เมื่อเดือนก่อนคุยกับลูกศิษย์ที่เป็นครูรร.ประถมแห่งหนึ่ง เธอบอกว่ารร.ที่เธออยู่ครูไม่ค่อยสอนเด็ก สั่งงานแล้วก็ทำธุระส่วนตัวหลายรูปแบบ ส่วนมากจะนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ทำอะไรก็น่าจะเดาได้ สั่งงานให้เด็กคัดลอกหนังสือส่ง ตรวจไม่ตรวจก็คาดเดาได้ ผอ.เห็นครูไม่สอนจะหลบทำเป็นไม่เห็น (รร.มีครูประมาณ 10 กว่าคน) เพราะผอ.จะเกษียณปีหน้า เขาต้องการเกษียณที่นี่ ไม่อยากย้าย ดังนั้นก็ต้องอยู่เฉยๆไม่ไปทำอะไรให้ครูไม่พอใจ ก็จะอยู่ต่อไปได้ถึงปีหน้า..ฟังแล้วเศร้าใจกับสำนึกของเขาจริงๆ เราอยากเห็นวันที่เขาเกษียณแล้วเด็กๆมากราบในฐานะครูเขาจะละอายใจหรือไม่ที่ไม่เคยทำตัวเป็น "ครู"เลย.....ลูกศิษย์บอกว่าเธอสงสารเด็กมากเมื่อมาถึงป. 6 ที่เธอสอน เด็กอ่านหนังสือไม่ค่อยได้ บางคนออกเสียงไม่ถูกในคำธรรมดาที่ให้อ่าน so sad!!
เมื่อไหร่หนอ รมต.หรือพวกมีหน้าที่จะรู้เสียทีว่าไม่ต้องแก้อะไรมากเลย นอกจากแก้ที่ตัวครู สอนสำนึกหน้าที่ให้พวกครู กระตุ้นต่อมละอายให้มีมากขึ้น ให้มีจรรยาบรรณ มีเมตตาต่อศิษย์ .......ไม่ต้องให้เด็กเรียนเพิ่มอะไรเลย เท่าที่มีในชั่วโมงเรียนสอนให้เต็มที่เหมือนครูรุ่นโบราณเขาทำกัน เด็กก็จะไม่เป็นเช่นนี้..แก้ให้ตรงจุด ไม่เปลืองงบอีกด้วย
วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556
1 Oct: ความดี - คนดี
เช้าตักบาตร เมื่อวานตักบาตรให้คุณชาคร (ไม่เคยรู้จักแต่สงสารเขา) จนท.อุทยานที่จมน้ำขณะลาดตระเวณ บ่ายก็ทำงานเอกสาร วันนี้นศ.สอบวิชาของเราหมดแล้ว ต่อไปก็เป็นหน้าที่เราต้องตรวจ อ่านอีกพอควร
วันนี้ค้นเรื่องหนึ่งปรากฎว่ามันหลงออกไปถึงสารพัดเรื่องตามอ่านต่อไปครึ่งวัน ช่างเขียนเก่งจริงๆ ไปเจอประโยคเหล่านี้เลยชอบขอบันทึกไว้..
"ความดีมี 2 อย่าง คือ
1.ความดีส่วนตัว เช่นเป็นคนดี
ไม่เคยทำผิดกฎหมาย ไม่เคยต้องคดีความ เป็นพลเมืองดี หรือศาสนิกชนที่ดี เป็นต้น
2.ความดีส่วนรวม เป็นคนดีประเภทที่ 1 และมีตำแหน่งหน้าที่การงาน
หรือมียศถาบรรดาศักดิ์ สามารถให้คุณให้โทษแก่คนอื่นๆ ได้
ท่านใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางซื่อสัตย์สุจริต จึงถือว่าเป็นคนดีตามความหมายนี้
แต่ถ้าทำตรงกันข้ามก็กลายเป็นคนเลว
รวมความว่า คนดีมี 2 ประเภท คนเลวก็มี 2
ประเภทด้วย อย่าเหมารวมว่าถ้าเป็นคนดีประเภทที่ 1 แล้ว ก็ต้องเป็นคนดีประเภทที่ 2 ด้วย
เพราะเป็นคนละส่วนกัน กลับกัน คนดีประเภท 1 อาจจะเป็นคนเลวประเภทที่
2 ก็ได้
ตรงนี้ต้องอ่านช้าๆ
และเรียงความเข้าใจให้กระจ่าง เช่น นักการเมืองที่มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น
ส.ส. นั้น ก็ต้องเป็นคนดี ไม่เคยต้องคดีความติดคุกติดตะรางหรือทุจริตใดๆ มาก่อน
และมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่พอได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.
หรือแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีแล้ว
ปรากฏว่าหลายคนใช้อำนาจหน้าที่นั้นไปในทางฉ้อฉลทุจริต โกงบ้านโกงเมือง รวมทั้งโกงอำนาจอีกด้วย
การแต่งตั้งโยกย้ายโดยไม่เป็นธรรมนั้นถือว่าเป็นการทุจริตประเภทหนึ่งแน่นอน
ความดีประเภทที่หนึ่งนั้นเป็นความดีเฉพาะตน
คนดีหรือไม่ดีประเภทนี้มีผลต่อสังคมในวงแคบ แต่คนดีประเภทที่สองคือคนที่มีตำแหน่งนั้น
มีผลกระทบสังคมในวงกว้าง คนดีประเภทที่สองจึงต้องระมัดระวังยิ่งกว่าประเภทที่หนึ่ง
ต้องคอยตักเตือนห้ามปรามมิให้กระทำความผิด ความทุจริตในหน้าที่การงาน
อันให้คุณและให้โทษแก่ประเทศชาติศาสนาและสาธารณชนได้......."
บังเอิญที่เราโชคร้ายมาอยู่ในสถาบันการศึกษาที่ควรจะต้องมีคนที่มีธรรมะเป็นเครื่องกำกับ มีจริยธรรมสูงแต่เรากลับพบเห็นแต่คนที่ขึ้นสู่ตำแหน่งไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ที่เอาเงินเป็นตัวตั้งจนลืมสำนึกหน้าที่ที่ถูกต้อง ไม่ทำในสิ่งถูกต้อง ไม่สนับสนุนคนดีให้ทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา แต่ทำทุกอย่างที่นำไปสู่การดำรงตำแหน่งให้นานที่สุด......จึงลืมบทบาท หน้าที่ สำนึกครูไป น่าสงสารพวกเขาที่มีโอกาสสร้างความดี สิ่งดีๆ กลับไม่ทำ... แต่เราก็โชคดีอย่างหนึ่งคือ เราใช้สถานที่นี้เป็นสนามทดสอบ และฝึกฝนตัวเองว่ามีภูมิต้านทานต่อกิเลสทั้งหลายในระดับใด ซึ่งก็ดีมากผ่านแต่ละด่าน แต่ละช่วงไปได้ด้วยกัลยาณมิตรทั้งหลายที่มี เหมือนที่เขาว่า มารไม่มี บารมีไม่เกิดเช่นนั้นแล หุหุ
บังเอิญที่เราโชคร้ายมาอยู่ในสถาบันการศึกษาที่ควรจะต้องมีคนที่มีธรรมะเป็นเครื่องกำกับ มีจริยธรรมสูงแต่เรากลับพบเห็นแต่คนที่ขึ้นสู่ตำแหน่งไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ที่เอาเงินเป็นตัวตั้งจนลืมสำนึกหน้าที่ที่ถูกต้อง ไม่ทำในสิ่งถูกต้อง ไม่สนับสนุนคนดีให้ทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา แต่ทำทุกอย่างที่นำไปสู่การดำรงตำแหน่งให้นานที่สุด......จึงลืมบทบาท หน้าที่ สำนึกครูไป น่าสงสารพวกเขาที่มีโอกาสสร้างความดี สิ่งดีๆ กลับไม่ทำ... แต่เราก็โชคดีอย่างหนึ่งคือ เราใช้สถานที่นี้เป็นสนามทดสอบ และฝึกฝนตัวเองว่ามีภูมิต้านทานต่อกิเลสทั้งหลายในระดับใด ซึ่งก็ดีมากผ่านแต่ละด่าน แต่ละช่วงไปได้ด้วยกัลยาณมิตรทั้งหลายที่มี เหมือนที่เขาว่า มารไม่มี บารมีไม่เกิดเช่นนั้นแล หุหุ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







